ไม่รู้

ช่วงนี้เน้นทำคลิปเลยไม่ค่อยเขียนบล็อกเท่าไหร่ ถ้าใครต้องการสาระด้านบวก ลองดูคลิปดูนะครับ ส่วนใน Blog บางทีมันจะดาร์ก ๆ หน่อย :)

วันนี้พูดเรื่องความ "ไม่รู้" นะครับ คือ เออ ไม่มีใครในโลกนี้จะรู้ไปหมดทุกอย่าง ผมก็มีเรื่องที่ไม่รู้ คุณก็มีเรื่องที่ไม่รู้ ต่างคนต่างก็มีเรื่องที่ไม่รู้ ซึ่งนั่นมันทำให้ความรู้เป็นสิ่งที่น่าสนใจครับ คุณว่าไหม

คนเรามันก็มักจะมีเรื่องที่ไม่รู้มากกว่าเรื่องที่รู้ และถึงแม้จะเป็นเรื่องเดียวกันแต่ละคนก็อาจจะรู้ไม่เท่ากัน ไม่ใช่ว่าสมองคนเรามันมีข้อจำกัดหรอกครับ แต่ว่าเวลาที่เรามีในการศึกษาหาความรู้นั้นมันมีจำกัด ดังนั้นเราก็มักจะเรียนรู้ในเรื่องที่เราสนใจ (มีบ้างเหมือนกันที่เราดันไปเรียนรู้ในเรื่องที่ไม่สนใจ เช่นการไปเรียนเอาปริญญาในสาขาที่ไม่สนใจ เอาไว้เป็นใบเบิกทางเวลาทำงานเฉย ๆ)

ดังนั้นมันไม่ได้ผิดอะไรเลยที่เราไม่รู้

แต่ในทางกลับกันมันผิดที่ไม่รู้ในสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่การงาน หรืออาจจะเป็นเรื่องของกิริยามารยาท การเข้าสังคม และอื่น ๆ คือ คุณถูกคาดหวังคุณควรรู้จากสิ่งที่คุณเป็นอยู่ แต่ถ้าไม่รู้ก็ควรคิดไว้ด้วยว่าคุณกำลังมีปัญหา

แต่ที่สำคัญกว่าคือ การที่รู้ตัวว่าไม่รู้ แล้วยังปล่อยให้ตัวเองไม่รู้ไปเรื่อย ๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ผิด เพราะถ้าถึงขั้นมีคนชี้ให้เห็นแล้ว รู้ตัวแล้วว่ากำลังขาดอะไรไป แต่กลับคิดว่ามันไม่สำคัญและปล่อยปละละเลย สุดท้ายเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้นั้นมันก็สายเกินไปแล้วที่จะไปเรียนรู้

และที่หนักที่สุด สำหรับผมนะ ก็คือการที่ไม่รู้และแสดงออกว่าตัวเองไม่รู้ และไอ้คนที่รู้ต่างหากนั่นแหละที่ผิด ผมเคยเจอกรณีที่ว่าไปอธิบายเรื่องทางเทคนิคให้กับคนที่เป็นตำแหน่งงานสายเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่โปรแกรมเมอร์ทุกคนควรจะรู้ แทนที่เขาจะฟังจนจบว่ามันทำงานยังไงเขากลับแสดงความไม่พอใจว่าเรากำลังไปสอนเขาอยู่ พูดว่าตัวเองไม่รู้และไม่สนใจ ผมสามารถสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่อยู่ข้างหลังของน้ำเสียงเขาได้เลยล่ะ

สิ่งที่ดีกว่าก็คือการแสดงออกว่าไม่รู้และสนใจที่จะเรียนรู้ ผู้รู้ส่วนใหญ่ไม่หวงวิชา มีแล้วงกไปไม่ได้ใช้ตัวเองจะลืม การสอนคนอื่นมันก็เป็นการทบทวนวิชา ทำให้เขามีความเชี่ยวชาญมากขึ้นไปอีก ดังนั้นทั้งสองฝ่ายก็มีแต่ได้ ผมไม่แคร์ว่าคุณจะเอาความรู้ผมไปใช้แล้วสร้างรายได้ได้มากกว่าผม มันเป็นเรื่องของคุณ มีโอกาสแล้วก็ใช้ไปสิ ให้เขาสอนไปเลย

แต่ถ้าไม่สนใจที่จะเรียนรู้ก็ฟังอธิบายให้จบก็พอแล้ว ไม่ต้องมาทำเสียงไม่พอใจใส่ก็ได้ ใช่ไหมครับ

ทั้งนี้สุดท้ายอยากฝากไว้ ใช่ว่าเรียนมหาิวิทยาลัยจบแล้ว ทำงานแล้ว จะทิ้งความรู้ที่เรียนมาโดยเห็นแค่ว่าไม่ได้ใช้ ความรู้พวกนั้นคุณได้ใช้อยู่แล้วล่ะไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเรื่ีองพื้นฐาน มีไว้บ้างก็ดี ไม่ใช่ว่าเรียนจบแล้วทำงานแล้วบอกว่าจะเป็นเจ้าคนนายคน แล้วก็โยนความรู้พวกนั้นทิ้งไปหมด คนที่เป็นเจ้านายยิ่งต้องรู้มากกว่าลูกน้องอีก ว่าไหมครับ ?

ปล. ผมไม่ได้พาดพิงถึงใครเป็นพิเศษนะ ... ในย่อหน้าสุดท้ายที่ผมพูดถึงเพราะเห็นว่าคนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมักจะคาดหวังว่าตัวเองจะได้ไปเป็นผู้บริหาร แล้วไอ้ความรู้ที่เรียนมาก็โยนทิ้งไปหมดทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังไม่ได้ไปบริหารใครด้วยซ้ำ ถ้าเรียนมาเพื่อกระดาษใบเดียวแบบนี้ผมว่ามันน่าเสียดายนะ ควรจะเอาเก้าอี้ของเขาไปให้คนอื่นที่สนใจอยากเรียนมากกว่า

Wutipong Wongsakuldej

Programmer, interested in frontend applications, music and multimedia.

Latest posts by Wutipong Wongsakuldej (see all)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *