สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ปี 2015 แล้ว ใครที่ยังมีอะไรติดค้างมาจากปีที่แล้วก็ขอให้สะสางให้ได้หมดนะครับ เพราะว่ายังจะมีอะไรอีกมากมายที่จะเข้ามาในปีใหม่ ๆ นี้

เอ๊ะ จริง ๆ มันก็เป็นปีนี้ไปแล้วเนอะ

วันนี้พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า "การยอมรับ" สักหน่อย คือ ผมจะไม่บอกนะว่ามันคืออะไร เพราะเอาจริง ๆ ผมก็ไม่รู้ (ฮา) แต่จะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังละกัน

พูดถึงคำนี้ ผมนึกถึงคำพูดพี่ชายผมที่ตวาดใส่ผมอย่างรำคาญ ระหว่างกำลังนั่งตีบอสอยู่ในเกมอะไรสักเกมนี่แหละ (ลืมไปแล้ว) ตอนนั้นผมก็นั่งเชียร์อยู่ข้าง ๆ ก็มีพูดแบบให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ จนพี่ชายผมหมั่นใส้ขึ้นมาเลยตวาดใส่ว่า

มึงเป็นใครมาสั่งกู

ทีเดียวแหละเงียบเลย 555 จากนั้นประโยคนี้ก็ได้เข้าไปอยู่ในสมองผมอย่างถาวร (แต่ไม่ชอบโดนว่าแบบนี้หรอก 555)

ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมมักจะถูกมองว่าผมเป็นคนหัวอ่อน เวลามีคนพูดอะไรก็ทำตาม ไม่ค่อยมีไปขัดใครหรอกครับ แต่คนที่คิดว่าผมหัวอ่อนเนี่ยส่วนใหญ่เข้าใจผิดนะ มันไม่ใช่ว่าเราทำตามคำพูดเขาเพราะว่าเขามีอายุมากกว่า มีกำลังมากกว่า มีอำนาจมากกว่า หรือว่ามีเงินมากกว่า แต่เป็นเพราะเรายอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และเรายอมรับในการตัดสินใจของเขา

ในทางกลับกัน พอโตขึ้นมา ผมดันโดนคนอื่นมองว่าเป็นคนหัวดื้อ ทำอะไรตามใจ ไม่ค่อยฟังคำพูดคนอื่น หรืออะไรทำนองนี้แหละ ก็ด้วยเหตุผลที่ตรงข้ามกัน ผมพบว่าพอยิ่งเรามีอายุมากขึ้น เรากลับเจอคนที่เรายอมรับน้อยลง เรารู้สึกว่าคนรอบข้างไม่น่าเชื่อถือ และพยายามก้าวก่ายการตัดสินใจของเรา เรารู้สึกว่าเขาพยายามขัดแย้งกับความคิดของเรา และคำพูดของเขานั้นไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลย

ทั้ง ๆ ที่ถ้าเป็นในอดีต เวลามีคนมาพูดด้วยคำพูดแบบเดียวกัน เราอาจจะยอมรับมันและไม่คิดอะไรมากมาย

ในที่ทำงานจะมีกฎที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ การกระทำของใคร คนนั้นเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ว่ามันจะเกิดจากคำแนะนำของใคร หรือคำสั่งของใคร ดังนั้นคุณมีหน้าที่ปฎิเสธคำสั่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมาคุณไม่สามารถลากเอาคนที่สั่งมาร่วมรับผิดชอบได้ ถือว่าคุณเป็นคนที่กระทำความผิดเอง

ผมคิดว่าก่อนที่จะทำตามคำสั่งใครคุณต้องสามารถยอมรับคำสั่งนั้นได้ก่อน ถ้าเกิดว่าคำสั่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือเป็นคำสั่งที่แย้งกับกฎข้อต่าง ๆ คุณก็มีหน้าที่ที่จะปฎิเสธ เช่น คุณต้องปฎิเสธเวลามีคนมาขอยืม user id และ password ของตัวเคุณ ไม่ว่าเขาจะเอาไปทำอะไร และไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม (เพราะมันเป็นการผิดกฎและข้อบังคับด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน)

และคุณเองก็คงจะยอมรับคนลักษณะนี้น้อยลงด้วยเช่นกัน เพราะเป็นผู้ที่พยายามทำให้คุณเดือดร้อนนั่นแหละ

ทั้งนี้ การที่จะยอมรับใครสักคนมันก็ต้องดูหลาย ๆ อย่าง ส่วนตัวผมไม่ค่อยดูที่ตำแหน่งหรือประสพการณ์เท่าไหร่ เพราะมันเป็นแค่หัวโขนน่ะนะ ผมมักจะดูที่ความคิดและการกระทำ ดูที่สิ่งที่เขาแสดงออกมา วิธีพูด วิธีคิด ถ้ารู้สึกว่าคนคนนี้ไม่น่าเชื่อถือผมจะไม่ฟังคำพูดเขาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าก็ตาม

ในทางกลับกันผมว่าการที่จะมีตำแหน่งสูง ๆ ได้ก็ต้องทำตัวให้เป็นที่ยอมรับให้ได้ก่อนนั่นแหละ ซึ่งมันโคตรยากเลย ผมพยายามมาหลายปีและก็ยังรู้สึกว่าไม่มีใครยอมรับเท่าไหร่ (ผมเลยอยู่กับที่มาหลายปีแล้วนี่แหละ) พูดอะไรก็ไม่เห็นมีคนฟัง 555 ทั้ง ๆ ที่ถ้าเป็นคนอื่นพูดประโยคเดียวกันนี่เห็นจะยอมรับกันได้ซะเฉย ๆ เลย

ทั้งนี้การเป็นที่ยอมรับนี่ นอกจากเรื่องพวก ... เอ่อ คุณวุฒิ วัยวุฒิ หรืออะไรพวกนั้นนี่ จริง ๆ เรื่องของการประพฤติตัวนี่ก็มีผลมากนะ คนที่ดูท่าทางน่าเกรงขาม ทำตัวเหมือนกับข่มขู่คนอื่นตลอดเวลานี่ จะมีคนฟังแทบจะตลอด (ด้วยความกลัว อารมณ์ประมาณ "จ้าวแห่งหมัด" นั่นแหละ 55) ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เขาอาจจะเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรเลย (เอาเข้าจริง ๆ หลาย ๆ คนที่ต้องทำตัวข่มขู่คนอื่นตลอดนี่ก็เพราะไร้ความสามารถนั่นแหละ) แต่คนที่มีทั้งบารมี ดูน่าเกรงขาม และมีความสามารถจริง ๆ ด้วยนี่จะเป็นคนที่ดูน่ากลัวและมีพลังวัตรสูงส่งมาก แค่มองหน้าก็สั่นไปทั้งตัวละ 555

การทำให้ยอมรับด้วยกำลัง ก็คือการทำให้ยอมจำนนนั่นแหละ แต่บอกก่อนว่าถ้าเกิดมีช่องขึ้นมาพวกนี้ก็โดนเสียบทีเดียวตายเหมือนกัน ดังนั้นถ้ารักจะทำตัวให้ดูน่าเกรงขามล่ะก็ ต้องมีความสามารถจริง ๆ ด้วยนะ ถ้าได้แต่ขู่อย่างเดียวสักวันก็ล้มเองเหมือนกัน

ทั้งนี้ผมไม่ค่อยชอบเรื่องการใช้กำลังเท่าไหร่น่ะ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเอง ผมชอบพิสูจน์ด้วยความสามารถมากกว่า (จริง ๆ คือไม่มีกำลังให้ใช้ 555 ไม่ชอบออกกำลังนิ) ซึ่งก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน (อ้าว...)