ทำงานด้วยกันมันจำเป็นต้องด่ากันด้วยเหรอ ?

e here มึงทำอะไรของมึงวะ sad i ngo เห็นมั้ยว่ามันพังหมดเลย yed mang เอ๊ย มึงมาเลย มึงมาแก้เดี๋ยวนี้เลยนะ

ข้างบนเป็นเรื่องสมมติของบ่ายวันหนึ่ง ผมได้ยินคำพูดนี้ขณะที่ผมกำลังนั่งทำงาน (ขอแปลงบางคำให้เป็นภาษาอังกฤษ เผื่อจะดูเบาลงนะครับ ... คือถ้าเซ็นเซอร์เอามันจะอ่านไม่รู้เรื่องเลย)

นี่คือบทสนทนาระหว่างเพื่อนร่วมงาน คนพูดเป็นผู้ชาย คุยกับน้องอีกคนที่เป็นผู้หญิง น้ำเสียงอาจจะฟังแรง แต่เท่าที่คุยกับหลาย ๆ คนเขาก็ว่านี่คือการเล่นกัน เป็นแค่การคุยงานกัน ไม่ได้ทะเลาะกันหรือด่ากันแต่อย่างใด ... เห็นว่าคุยกันแบบนี้จนเป็นปรกติแล้ว (ได้ยินประจำ)

ย้ำอีกทีนะ ไม่ได้ด่ากันแต่อย่างใด

ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบนะ คือ คิดว่า ถ้าทำงานด้วยกัน ก็ควรจะเคารพซึ่งกันและกัน บางครั้งการเรียกใช้คำสรรพนามอย่าง "e here" (อ่านออกเสียงนะครับจะได้รู้ว่าคืออะไร) มันเป็นการดูถูกกันว่าคนที่คุณคุยด้วยนั้นเป็นคนที่อยู่ลำดับชั้นกว่าตัวเอง

สรรพนามที่ผมไม่ชอบเอามาก ๆ แต่เป็นคำที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็คือคำว่า "ไอ้โง่" (มันไม่ค่อยหยาบเนอะ เขียนไทยละกัน) ก็เป็นการเหยียดว่า คนที่กำลังคุยด้วยมีสติปัญญาด้อยกว่า คือ คิดเล่น ๆ นะ ผมทำงานที่นี่ มีเพื่อนร่วมงานเป็นคนที่คุณกำลังด่าว่า "โง่" การที่ผมต้องทำงานกับคนโง่ นั่นหมายถึงผมต้องโง่พอที่จะมาทำงานด้วยกันได้ นั่นหมายถึงการที่มีเพื่อนร่วมงานที่ถูกหาว่า "โง่" ก็เป็นการดูถูกผมว่าผมก็โง่พอกันด้วย ว่าไหม ?

ผมไม่ได้โดนคำเหล่านี้เอง คือ ผมไม่ได้สนิทกับคนที่ทำงานมากพอที่เขาจะมาเล่นหัวกันแบบนี้ได้ (และถ้ามีใครหาญกล้ามาเล่นแบบนี้ล่ะก็จบไม่สวยแน่ ๆ ผมถือว่าการทำกับผมแบบนี้เป็นการล่วงละเมิดนะครับ (harassment) ไม่ว่าจะสนิทแค่ไหนก็ตาม)

ทั้งนี้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คำพูดเหล่านี้ถูกใช้ในการอ้างถึงลูกค้า-ผู้ใช้งานระบบด้วย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจคงไม่อยากให้ลูกค้าของตัวเองถูกนินทาลับหลังว่า "โง่" หรือ "บ้า" หรอกครับ แต่ถ้าลองเงี่ยหูฟังดี ๆ เราจะพบว่าไอ้บรรดาคนทำงานทั้งหลายทั้งแหละเนี่ยเขาก็พูดถึงลูกค้าแบบนี้แหละ (ก็อารมณ์เดียวกับคนขับแท็กซี่แหละครับ) คือ บริษัทมีรายได้เพราะลูกค้า แต่กลับไปด่าลูกค้าว่า "โง่" หรือ "บ้า" เนี่ย ก็ไม่ควรมาทำงานบริการแบบนี้นะครับ ความเห็นส่วนตัวนะครับ

ผมเชื่อว่าถ้าเราเคารพซี่งกันและกัน มันก็อยู่ร่วมกันได้ ทำงานร่วมกัน มีความสุขร่วมกันได้

ทั้งนี้ก่อนจากขออ้างอิงหนังสือ How Starbucks Saved My Life -- Michael Gates Gill นิดนึงละกัน

คริสตัลทำเสียงเหมือนครูกำลังโกรธจัด ก็ได้ ผมจะอ่านให้เธอฟัง เพราะตอนนี้ผมอ่านออกแล้วนี่ ผมจึงอ่านข้อแรก "กฎที่ไม่อาจประนีประนอมผ่อนปรนได้" ดัง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง มีอำนาจและชัดเจนด้วยความมั่นใจ "เพื่อสร้างเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีเยี่ยมและปฎิบัติต่อกันด้วยความเคารพและให้เกียรติ"

คริสตัลยืนขึ้น แม้ผมจะอ่านกฎข้อแรกของสตาร์บัคส์ที่ไม่อาจประนีประนอมผ่อนปรนได้ด้วยความแข็งขัน แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่างอยู่ดี

"เคารพ" เธอเน้น ชี้นิ้วผ่านหน้าผมไปที่คำคำนั้น "ฉันไม่คิดว่ามันเป็นการแสดงความเคารพเมื่อใช้คำพูดข้างถนนอย่างนั้นในร้านแห่งนี้"

คริสตัล หรือชื่อจริงก็คือทิฟฟานี่ เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นผู้จัดการร้านสตาร์บัคส์แห่งนั้น และเป็นหัวหน้าของไมค์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เคยผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก่อน แม่ของเธอตายตั้งแต่อายุ 12 เธอถูกรับไปเลี้ยงโดยป้าของเธอ ผู้ซึ่งไม่เคยต้องการจะมีเธอในอุปการะ เธอจึงอยู่อย่างไม่มีใครให้ความเคารพเธอเลย จนกระทั่งเธอเริ่มงานในร้านสตาร์บัคส์

คนที่อยู่แบบไม่มีใครต้องการจะค่อนข้างไวกับการถูกดูถูกแบบนี้ล่ะครับ ผมก็เป็น คือคนกลุ่มนี้เขาสู้เพื่อให้ตัวได้มีที่ยืนอยู่ในสังคมไง ดังนั้นเขาจะไม่ชอบมาก ๆ ถ้าหาว่ามีใครมาดูถูก หรือแม้กระทั่งว่ามีคนรอบตัวถูกดูถูกน่ะนะ

ปล. ผมโอเคนะ ถ้าพ่อผมจะพูดว่า "yed mang" ใส่ผม คือ ... เขามีสิทธิที่จะทำแบบนั้นอ่ะ (จริง ๆ นะ ไม่เชื่อลองหาความหมายของคำนี้ดูสิ) แต่ผมว่าอายุเขาเยอะแล้วคงไม่ทำหรอก อ้อ เขาพูดประจำ ๆ แหละ ไม่ว่ากับใครก็ตาม

Wutipong Wongsakuldej

Programmer, interested in frontend applications, music and multimedia.

Latest posts by Wutipong Wongsakuldej (see all)

One thought on “ทำงานด้วยกันมันจำเป็นต้องด่ากันด้วยเหรอ ?

  1. AquaDrehz

    เจอในที่ทำงานปัจจุบันเลยครับ แต่ทางผู้มีอำนาจปล่อยปละละเลย เลยเป็นปัญหาในที่ทำงานอย่างหนัก นั่นคือ ไม่สามารถทำงานกันได้เลยครับ เพราะทาง SA จะโดน Developer ด่า (harassment) ตลอด ส่วน Developer ก็นั่งว่างๆกันไป

    ตอนนี้ก็กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้วครับ
    ก็ต้องปล่อยให้บริษัทเป็นไปตามยถากรรมล่ะครับ

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *