Code Name: Project Coders

ใน Facebook กับ Google+ ของผมในระยะหลังนี่จะมีโพสต์เกี่ยวกับ วาดการ์ตูนบ้าง แต่งเพลงบ้าง เขียนเนื้อเรื่องบ้าง โน่นนั่นนี่ นั่นคือโปรเจคที่ผมกำลังทำอยู่ในตอนนี้ เป็นเกมแบบ Visual Novel ในชื่อรหัส Project Coders

ท้าวความย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่ยังทำงานอยู่บริษัทเกม (ทำงานปีแรกโน่นเลย) ผมเห็นเพื่อนทำ Visual Novel ก็อยากทำบ้าง ก็เลยนั่งเขียนเอนจิน เอาภาพจากเกมคนอื่นมาใช้ เขียนเล่น ๆ ไปทำเสร็จแล้วก็ทิ้ง ไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน ที่ทำเพราะอยากจะดึงคนที่สนใจอยากจะร่วมมาทำด้วย แต่ก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับใครจริง ๆ จัง ๆ และเอาจริง ๆ เอนจินเกมแนวนี้ก็ไม่ได้หายากอะไร ถ้าเขาอยากจะทำเกมจริง ๆ เขาก็สามารถทำเองได้โดยที่ไม่ต้องมารอเอนจินผมด้วยซ้ำ

เวลาผ่านมาก็หลายปี ความอยากมีผลงานของตัวเองมันก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ถ้าเราเจียดเงินสักก้อนหนึ่งไปจ้างคนทำรีซอร์สมาทำให้ก็น่าจะจบปัญหาเรื่องการหาคนมาทำได้ (แน่นอนว่ามันดีกว่าการชักชวนด้วยผลประโยชน์มาก เพราะว่าเราตอบแทนด้วยเงินเราเลย ไม่ต้องรอผลกำไร และไม่ต้องมาทะเลาะกันเรื่องของเป้าหมายของตัวเกมด้วย) ก็เลยเอาเอนจินเก่ามาปัดฝุ่นทำต่ออีกนิด ทำต่อไปเรื่อย ๆ

จนถึงวันนึงผมก็คิดว่า เอ๊ะ เป็นไปได้ไหมว่าเราจะทำเกมเองคนเดียวตั้งแต่ต้นยันจบ

แนวความคิดนี้จริง ๆ แล้วก็มีคนทำสำเร็จมาแล้ว อย่างคนที่ผมรู้จักคือคุณเปา Browny App ซึ่งทำเกมเองคนเดียวตั้งแต่ออกแบบ เขียนโค้ด ทำกราฟิค ยันแต่งเพลง ที่เห็นว่ายังไม่ทำอย่างเดียวน่าจะเป็นการพับบลิชล่ะมั้ง เกมคุณพี่แกถึงจะยากไปนิด ดูแล้วอาจจะดูไม่ดึงดูดเหมือนเกมจากที่อื่น ๆ แต่ต้องอย่าลืมว่าแกทำคนเดียว แล้วสเกลเกมแกไม่ใช่เล็ก ๆ แถมแกเขียนเอนจินใช้เองด้วยนะครับ ไม่ได้ใช้เกมเอนจินอย่างคนอื่นเขา

มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว ก็น่าจะทำได้ ก็เลยตัดสินใจเอาเงินที่ว่าจะไปจ้างคนอื่นก็ไปซื้ออุปกรณ์ที่สำคัญ ๆ มาแทน ในตอนนั้นผมมีซอฟต์แวร์สำหรับทำเพลงอยู่แล้ว แล้วก็มีเครื่องดนตรีอยู่สองสามชิ้น ดังนั้นเรื่องการทำเพลงนี่ผมมีอุปกรณ์มากพอจะทำเพลงง่าย ๆ ได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ที่ขาดคือฝั่งกราฟิค ซึ่งผมก็ไปจัดการซื้อแท็บเบล็ต Wacom Intuos มา ไปสมัคร Photoshop CC แบบรายปี (ประมาณ 3600 บาท) ซื้อ ClipStudio แล้วก็ Samsung Galaxy Note 10.1 มาอีกตัวหนึ่ง

เรื่องอุปกรณ์ตอนนี้ผมมีมากเกินพอละ แต่ถ้ามีแค่อุปกรณ์แล้วทุกอย่างลุล่วง ชีวิตมันคงง่ายกว่านี้มาก ที่ผมขาดคือทักษะการทำงานในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาผมจึงอยู่กับ Galaxy Note แทบทุกวัน นั่งศึกษาวิธีวาดภาพคนในแบบต่าง ๆ และก็ต้องศึกษาเรื่องคนมากขึ้น เวลาเดินห้างเดี๋ยวนี้จะสังเกตเรื่องการแต่งกายของคนอื่น เขาแต่งตัวอย่างไร ทรงผมแบบไหน เขาบุคคลิกแบบไหน และมันสื่อถึงอะไร รวมทั้งแม้กระทั่งใส่แล้วเป็นอย่างไรและถ้าถอดออกมาจะเป็นแบบไหน (ก็คิดไปถึงว่าผู้ใส่มีหุ่นแบบไหนด้วยเลยล่ะครับ) ถ้าให้พูดตรง ๆ ผมว่าระยะหลังนี่ผมเหล่สาวแล้วมีความสุขกว่าแต่ก่อนนะ รู้สึกว่ามีอะไรให้ค้นหา 555

แต่คิดว่าเร็ว ๆ นี้จะไปเรียนเพิ่ม ทั้งด้านกราฟิค และด้านดนตรีเลย (ก็ว่าจะเรียนคีย์บอร์ดเพิ่มครับ)

ทีนี้เรื่องที่ขาดก็คงเป็นเรื่องของ เนื้อเรื่อง (บรรทัดนี้มีกี่เรื่องเนี่ย?) จะเอาแบบสงครามนางฟ้าแบบ Angel's Tale ผมก็คงจะแต่งไม่ออก พอวันนึงก็คิด เออ เราเอาเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ ก็ได้นี่หว่า เรื่องที่เราเห็นทุกวัน ก็คือเรื่องของชีวิตรอบ ๆ ตัวเรา ชีวิตคนวัยทำงาน ชีวิตของคนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์นั่นเอง พอคิดได้ดังนี้ก็เริ่มออกแบบตัวละครเลย ซึ่งก็ง่ายมาก ... ผมเอาลักษณะตัวละครมาจากคนรู้จักรอบ ๆ ตัวมาหมดเลย เพราะว่าสภาพแวดล้อมในตัวเกมก็เป็นแบบเดียวกับตัวเรา และที่อาจจะแปลกหน่อยคือ ผมเอาตัวเองใส่ลงไปด้วย เป็นตัวประกอบ

ตั้งใจว่าจะเป็นเรื่องแบบแนว Trendy Drama (เขาเรียกแบบนี้เนอะ ?) แบบซีรีส์ญี่ปุ่น เน้นมีสาระ ก็กะจะใส่เรื่องราวของคนทำงานจริง ๆ ลงไป ไม่ใช่แค่ว่าให้กลิ่น ตรงนี้ก็ยากอยู่เพราะว่างานในสายเราจะมีคำพูดเฉพาะอยู่จำนวนหนึ่ง (ซึ่งคำเฉพาะทางมันก็มีทุกอาชีพแหละ) แต่พอได้เล่น Stein;Gate ก็พบว่า เออถ้าเราทำเป็นแบบมีอภิธานศัพท์ก็น่าจะพอได้ (เกมนี้มีคำศัพท์เยอะเฉพาะประมาณนึง คนที่อยากอินก็มาอ่านได้ว่าอะไรคืออะไร) แค่ต้องระวังไม่ให้ลึกเกินไป ไม่งั้นคนเล่นงงตาย สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญคือเนื้อเรื่อง เพราะเราไม่ได้เขียนสารคดีนี่นะ

แต่ที่สำคัญคือผมไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นเกมจีบสาว และก็จะไม่ติดเรท 18 ด้วย 555+ ก็ไม่เชิงหรอก ถ้ามีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวแล้วคนเล่นน่าจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่คงไม่ใช่เป็นธีมหลักของเรื่อง

ทีนี้ ผมวางไทม์ไลน์เอาไว้ว่า สิ้นปีนี้น่าจะมีเดโมสั้น ๆ ให้ลองเล่นกันได้ แต่อาจจะไม่สวย เพลงไม่เพราะ บทห่วย ๆ เพราะเวลาที่เหลือปีนี้ผมจะทุ่มไปกับการเรียนรู้ทักษะด้านต่าง ๆ ที่จำเป็น ส่วนตัวเกมตั้งใจว่าจะออกตัวจริงให้เล่นกันภายในปีหน้าครับ

ก็หวังอยู่นะว่าโปรเจคมันจะไม่ล่ม 555 เวลาแต่ละวันมีน้อยครับ ดีนะไม่มีแฟน ไม่งั้นคงไม่มีเวลาว่างเหลือกันเลยทีเดียว !

Wutipong Wongsakuldej

Programmer, interested in frontend applications, music and multimedia.

Latest posts by Wutipong Wongsakuldej (see all)

One thought on “Code Name: Project Coders

  1. oxygenyoyo

    สู้ๆกับพี่ ผมก็พยายามจะสร้างเกมง่ายๆ ก่อนสิ่งที่ผมอยากทำคือพวกเกมการ์ดไม่ก็สัตว์เลี้ยง เป็นกำลังใจให้ครับ

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *